วัน-สัปดาห์ผลิตยางรถยนต์  ความจริง & ความเชื่อผิดๆ
หลายคนกลัว แม้ยางเก่าเก็บแค่ไม่กี่เดือน
 
     หลายคนอ่านสัปดาห์และปีผลิตยางรถยนต์เป็น แต่หลายคนในกลุ่มนั้น มักจะเข้าใจผิดว่าไม่ควรซื้อยางเก่าเก็บเกิน 3-6 เดือน เพราะกลัวว่ายางจะเสื่อมสภาพ ทั้งที่จริงๆ แล้วยางเก็บได้นานและทนกว่านั้น เก็บได้เกิน 2 ปีไปอีกนาน โดยไม่เสื่อมสภาพ เพราะยางรถยนต์เป็นสารเคมี ไม่ใช่วัตถุดิบอย่างยางพารา อ่านบทความ...ความจริง ที่สวนทางกับความเชื่อ ! จากผลการทดสอบและวิจัยจากคนกลางที่ไม่ใช่บริษัทยาง จึงน่าจะมีความน่าเชื่อถือและเป็น...ความจริง ให้คุณเปลี่ยนความเชื่อ !

 

หลายคนมีความรู้สามารถอ่านสัปดาห์หรือปีผลิตยาง ที่หล่อไว้บนแก้มยางหรือหาดูตามห่อยางได้ นับเป็นเรื่องดี ซึ่งทำให้เลี่ยงซื้อยางเก่าเก็บได้ แต่หลาย 10 เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนั้น มีความเชื่อผิดๆ ว่ายางรถยนต์จะเสื่อมสภาพเร็ว แม้ยังไม่ได้ใช้งาน แต่อยู่ในการเก็บสต็อกหลังวันผลิตแล้วรอวันขาย หลายคนเสาะหายางอายุไม่เกิน 3-6 เดือน จนเกิดความยุ่งยากในการซื้อ ต้องตระเวนหาร้านใหม่ หรือถ้าเก่าเกินปีก็รีบเมินหนีทันที

นับเป็นความเชื่อผิดๆ ที่สืบเนื่องกันมา โดยอาจจะอิงจากความจริงขั้นพื้นฐาน อะไรก็ตามที่เก่าเก็บนานๆ ก็พบว่ามักเสื่อมสภาพลงได้ ทั้งที่ไม่ได้ผ่านการใช้งาน หรือคิดกันเล่นๆ ว่า ขนมเค้กนั้นไม่ได้รับประทาน เก็บไว้ไม่นานก็บูดเสีย โดยไม่ศึกษาหาความรู้ที่แท้จริงว่า วัตถุอะไรจะเสื่อมเพราะเวลาได้เร็วสักแค่ไหน 

ยางรถยนต์ แม้ใช้วัตถุดิบมาจากยางพาราส่วนหนึ่ง แต่เนื้อยางจริงๆ มีส่วนผสมของยางพาราไม่มากนัก แต่เป็นไปด้วยสารเคมีมากมาย จึงทำให้ยางคงรูปและเกาะถนน มีความห่างชั้นจากยางหนังสติ๊กที่คุ้นเคยกัน แม้จะเรียกขึ้นต้นด้วยคำว่ายาง และมีส่วนผสมของยางพาราเหมือนๆ กัน

เนื้อยางรถยนต์ เปรียบเสมือนสารเคมีมากกว่ายางพารา จึงมีความทนทั้งต่อการเก็บและการใช้งานที่ต้องบดบี้กับพื้นอยู่ตลอดการใช้งาน

บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ซื้อยางเก่าเก็บหรือเข้าข้างบริษัทยางให้ขายยางค้างสต็อกได้ง่าย แต่ต้องการให้ความรู้ที่ถูกต้อง และอยากให้พุ่งความสนใจไปที่คุณสมบัติอื่น ที่สำคัญกว่าในการเลือกซื้อยางรถยนต์ เช่น ลวดลาย ความแข็ง ความทนทาน ประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการซื้อ ไม่ต้องตระเวนหรือเฟ้นหายางที่เพิ่งผลิตมาสดๆ บางคนถึงขั้นเก่าเก็บเกิน 3 เดือนไม่ซื้อ ทำเหมือนซื้อขนมเค้ก ต้องรอหน้าเตาอบกันเลย

 

  

วิ ธี อ่ า น วั น - สั ป ด า ห์ ที่ ผ ลิ ต

จริงๆ แล้วไม่ได้ระบุวันผลิต แต่บอกถึงสัปดาห์และปีที่ผลิต

ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเลข 4 หลักใกล้ๆ ตัวย่อ DOT (United States - Department of Transportation) อยู่ในวงรี

ตัวอย่างเช่น 4710 ความหมายคือ เลข 2 ตัวแรกบอกสัปดาห์ของปีที่ผลิต และเลข 2 ตัวหลังเป็นเลข 2 หลักสุดท้ายของปี ค.ศ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2000 ขึ้นมา ตามตัวอย่าง คือ ยางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 47 ค.ศ. 2010

ถ้าเป็นยางที่ผลิตก่อนปี 2000 จะเป็นเลข 3 หลัก เช่น 458 ความหมายคือ เลข 2 ตัวแรกเป็นสัปดาห์ที่ของปีที่ผลิต และตัวเลขหลังเป็นหลักสุดท้ายของค.ศ ที่ผลิตในช่วงปี 1990-1999 ตามตัวอย่างคือ ยางผลิตในสัปดาห์ที่ 45 ปี ค.ศ. 1998

ตัวเลข 4 หลักของวันผลิตยางทุก 100 ปีจะต้องเปลี่ยน เพราะ 2 ตัวเลขหลังซึ่งบอกปีผลิตจะซ้ำกัน ก็เหมือนช่วง ค.ศ. 19xx ใช้เลข 3 หลัก และค.ศ 2xxx ต้องเปลี่ยนมาใช้เลข 4 หลัก ส่วนช่วงค.ศ 21xx จะใช้เลขกี่หลักนั้นยังบอกไม่ได้ต้องรออีก 89 ปี หรือตอนนั้นรถยนต์อาจจะไม่การใช้ยางแล้วก็ได้

วัน สัปดาห์ หรือเดือนที่ผลิตยางเส้นนั้น ถ้าไม่มีที่แก้มยาง ก็อาจจะระบุบนหีบห่อของยาง หรือเป็นหมึกปั๊มบนแก้มยาง อาจระบุต่างออกไปเช่นเป็นปี พ.ศ. แต่ส่วนใหญ่ยางรถยนต์ในปัจจุบันในทุกยี่ห้อ มักจะระบุสัปดาห์และปีที่ผลิต เป็นตัวหล่อบนแก้มยางแบบลบไม่ได้ใกล้ตัวย่อ DOT

อ่านบทความ...ความจริง ถึงอายุยางรถยนต์หลังวันผลิตก่อนวันขาย ว่าการเก่าเก็บนานแค่ไหน จะมีผลต่อประสิทธิภาพของยางมากเพียงไร

คุณอาจงง ว่ายางเก่าเก็บ 3 หรือ 6 ปียังใช้งานได้ดี และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน !

เนื้อหาหลักมาจากการรวบรวมของผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการผลิตยาง และสังเกตได้ว่าไม่มีการระบุยี่ห้อยาง โดยเป็นผลจากการทดสอบและวิจัยจากหลายฝ่าย

นอกจากบทความนี้ ก่อนหน้านี้หลายปี มีหน่วยงานไทยได้ทดสอบถึงข้อสงสัยในเรื่องนี้ด้วย   ( มี ภ า พ โ ป ส เ ต อ ร์ ป ร ะ ก อ บ )

   

โดยกรมการค้าภายในได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ค้ายางรถยนต์ พร้อมได้การสนับสนุนจากบริษัทกู๊ดเยียร์และมิชลิน จัดทดสอบคุณภาพยางระหว่างที่ผลิตไม่เกิน 6 เดือนเปรียบเทียบกับยางเก่าเก็บที่ผลิตมาแล้ว 24 เดือน (2 ปี) เพื่อคลายความสงสัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภค ในการเลือกซื้อยางรถยนต์ให้เหมาะสม

ทำการทดสอบภายใต้เงื่อนไขของสถาบันยานยนต์ ใช้ มอก. เป็นมาตรฐานในการทดสอบ พร้อมใช้ค่าทดสอบสูงเกินกว่าพฤติกรรมการใช้งานจริงของคนทั่วไป และสูงกว่ามาตรฐาน มอก. ที่กำหนดไว้ด้วยซ้ำ ในการทดสอบใช้ตัวแปรทุกอย่างเหมือนกัน ต่างแค่วันผลิตของยางเท่านั้น โดยทดสอบประสิทธิภาพการใช้น้ำหนักบรรทุก และทดสอบวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม.ต่อเนื่องมากกว่า 10 ชั่วโมง

ผลทดสอบที่ได้คือ ยางที่ผลิตต่างช่วงเวลากัน มีแค่วันผลิตที่ต่างกัน...แต่ประสิทธิภาพยังคงเดิม

 

  

อายุ (วันผลิต) เป็นเพียงตัวเลข...สำหรับยางรถยนต์
ความจริง และความเชื่อ ที่สวนทางกัน

ความปลอดภัยของการขับรถยนต์เป็นเรื่องที่สำคัญ และการเลือกซื้อยางรถยนต์ก็นับเป็นสิ่งที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นตลอดเวลา การยึดเกาะถนน การทนทานต่อความร้อน และแรงเสียดทาน เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินทาง

หลายคนมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อยางเก่าเก็บ เพราะได้รับทราบเรื่องราวจากความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอายุการผลิตของยาง จนทำให้ผู้บริโภคในเมืองไทยจำนวนไม่น้อย คำนึงถึงวันผลิตที่ติดอยู่บนแก้มยางหรือ DOT มากเกินความจำเป็น

เพราะแท้จริงแล้วการเลือกซื้อยางที่ถูกต้อง ควรใส่ใจกับคุณสมบัติอื่นมากกว่า เช่น ดูประเภทของการใช้งาน คุณภาพ และควรให้ความใส่ใจการดูแลรักษายาง

จากการศึกษาและวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐบาล และบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า แท้จริงแล้ววันผลิตของยางไม่ได้มีผลกับสมรรถภาพของยางอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะปกติยางที่ผลิตออกมานั้น เมื่อมีการจัดเก็บที่ดีพอ เช่น การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และยังไม่ได้เริ่มใช้งาน ก็จะสามารถเก็บยางเส้นนั้นๆ ได้เป็นเวลาหลายปี โดยไม่เสื่อมสภาพ

กรมทรัพยากรอุตสาหกรรมของประเทศเกาหลีใต้ ได้เคยออกเอกสาร ซึ่งมีข้อความที่ไม่ถูกต้องเมื่อ พ.ศ. 2550 ว่ายางที่ผลิตนานกว่า 1 ปีอาจจะมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้

แต่ท้ายสุดความเชื่อที่คลาดเคลื่อนนี้ ก็ได้ลบล้างไปหลังจากกรมคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศเกาหลีใต้ จัดการทดสอบเพื่อพิสูจน์ระดับความปลอดภัยระหว่างยางใหม่และยางเก่าเก็บ ที่ผลิตย้อนหลังไป 3 ปี (พ.ศ.2548 และ 2550) ด้วยการทดสอบแบบ KSM6750 เกี่ยวกับการขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงและการขับแบบหยุดเป็นระยะ ได้ผลว่า แม้ยางผลิตในวันที่จะแตกต่างกันถึง 3 ปี แต่ประสิทธิภาพและสมรรถนะของยางเหมือนกันทุกประการ

นอกจากนั้น กรมคมนาคมของประเทศสหรัฐอเมริกา เคยพิมพ์บทความเกี่ยวกับ “ประสิทธิภาพของยางรถยนต์ที่มีการเติมลมแล้ว (The Pneumatic Tier)” ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยระบุว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นขณะยางกำลังใช้งาน เป็นปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้ยางเสื่อมสภาพ รถยนต์วิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. สามารถทำให้หน้ายางมีอุณหภูมิสูงถึง 75 องศาเซลเซียส และถ้าแรงดันลมยางน้อยกว่าปกติ (ยางอ่อน-ยางแบน) ก็จะยิ่งทำให้หน้ายางมีความร้อนสูงขึ้นไปอีก

ดังนั้นอุณหภูมิในโกดังที่จัดเก็บยางรถยนต์ก่อนการใช้งานจริง จึงมีผลต่อคุณภาพของเนื้อยางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดสีกับพื้นในการขับขี่จริง เพราะโดยทั่วไปยางที่ยังไม่ได้ใช้งาน สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนการใช้งานจริง โดยขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาจากคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต

อีกตัวอย่างได้จากการทดสอบในแถบทวีปยุโรป โดยองค์กร ADAC ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อผู้ขับรถยนต์ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์เรื่องสมรรถนะของยางไว้ในเดือนมิถุนายน 2553 โดยทดสอบประสิทธิภาพยางรถยนต์ที่ผลิตใน พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2547 ผลิตแตกต่างกัน 3 ปี สำหรับการขับรถยนต์ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ซึ่งผลการทดสอบก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ยางที่ผลิตใหม่จะมีสมรรถนะเหนือกว่ายางที่ผลิตมานานกว่า

ในประเทศไทยก็มีหน่วยงานภาควิชาการได้ทำการทดสอบในลักษณะเดียวกัน โดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ TUV Rheinland Group Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทรับทำหน้าที่ทดสอบและให้การรับรองคุณภาพแก่ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของบริษัทชั้นนำทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนี ทำการทดสอบเพื่อหาข้อพิสูจน์ว่า...

ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย สมรรถนะของยางที่ผลิตใหม่กับยางที่ผลิตมานานกว่า จะมีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยหรือไม่ โดยนำยางรถยนต์ที่มีวันผลิตต่างกัน 1 ปี ไปทดสอบในรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูงที่ 230 กม./ชม. ในเวลาที่ต่อเนื่องนาน 60 นาที ผลจากการทดสอบพบว่า มีประสิทธิภาพแตกต่างกันไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีความสามารถในการบรรทุกหนักและวิ่งเป็นระยะทางไกล ตลอดจนความแข็งแรงของหน้ายางและโครงสร้างยางไม่แตกต่างกัน ทั้งที่วันผลิตยางนั้นห่างกันถึง 1 ปี

นอกจากนั้น TUV Rheinland Group Ltd. ได้ทำการทดสอบว่าวันผลิตยางที่แตกต่างกัน จะมีผลต่อสมรรถนะในด้านการเกาะถนน, การควบคุมการขับขี่และการเบรกของยางหรือไม่

โดย TUV Rheinland Group Ltd ได้ทำการทดสอบระยะการเบรกที่ความเร็ว 80 กม./ชม.จนกระทั่งหยุดนิ่ง ผลการทดสอบยางที่มีวันผลิตแตกต่างกัน แต่ประสิทธิภาพทั้ง 3 ด้านแทบจะไม่แตกต่างกัน

นายชูเดช ดีประเสริฐกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ยางรถยนต์ที่ผลิตต่างกัน 2- 3 ปีจะให้สมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับรถยนต์ในระดับที่ไม่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับการเก็บรักษายางในร้านด้วยว่า มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม รวมทั้งไม่ให้โดนแดด เพราะอาจทำให้หน้ายางมีความยืดหยุ่นน้อยลงและแข็งขึ้น ดังนั้นการเลือกซื้อยางในร้านที่เชื่อถือได้ จึงมีความสำคัญ แทนที่จะคำนึงเรื่องวันเดือนปีที่ผลิตเป็นหลัก”

“ส่วนความเชื่อที่คิดว่ายางรถยนต์รุ่นเดียวกัน ถ้ายิ่งผลิตใหม่สุด ก็จะทำให้ได้รับยางที่ผลิตโดยเทคโนโลยีอันทันสมัยขึ้นและใช้วัตถุดิบดีขึ้น ก็ไม่ได้รับการยืนยัน เพราะยางในแต่ละรุ่นจะมีการใช้วัตถุดิบและเทคโนโลยีเหมือนกัน บางครั้งยางที่ผลิตก่อน อาจมีความเหนียวของยางมากกว่า ซึ่งทำให้การขับรถมีสมรรถนะยิ่งขึ้น อยากแนะนำในการเลือกซื้อยางสำหรับคนไทยว่า ต้องเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของล้อ ส่วนวันผลิตนั้น ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการเสื่อมสภาพของยาง” นายชูเดช กล่าวสรุป

ทราบกันอย่างนี้แล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะมีวิธีการเลือกซื้อยางที่ถูกต้อง โดยไปสนใจคุณสมบัติอื่นของยางเป็นสำคัญ เพื่อมอบความปลอดภัยแก่การขับรถยนต์มากที่สุด การเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อยางใหม่ที่สุดน่าจะหมดไป เพราะในวันนี้มีผลพิสูจน์จากหลายหน่วยงานที่น่าเชื่อถือแล้วว่า ยางใหม่และยางเก่าเก็บไม่แตกต่างกัน

วันนี้ผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลกต้องตระหนักกันใหม่ว่า การเลือกซื้อยาง ต้องเลือกให้เหมาะสมกับประเภทใช้งานและความต้องการ รวมทั้งเลือกขนาดที่ถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพและสมรรถนะของการขับขี่สูงสุด

ทิ้งความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวันผลิตยาง แล้วเลือกยางให้เหมาะสมกับรถยนต์ และการใช้งานของคุณให้ดีที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก WEBER SHANDWICK


ซื้อยางสดใหม่ยิ่งดี แต่ไม่เกิน 2 ปีก็สะดวก

แน่นอนว่าการซื้อยางที่ผลิตมาไม่นานหรือเก็บรอขายอยู่ไม่กี่เดือน ย่อมสบายใจและมั่นใจได้มากกว่า แต่ถ้าเจอยางเก่าเก็บนานสักหน่อย เพราะไม่มีใหม่กว่านี้ให้เลือกในร้านนั้น ก็น่าจะยอมรับได้

ยางเก่าเก็บระดับไม่เกิน 2 ปีหรือเก่ากว่านั้นไปบ้างก็ไม่ต้องกังวลอะไร และได้ความสะดวกในการเลือกซื้อ ไม่ต้องมัวตระเวนหายางสดใหม่ 3 หรือ 6 เดือน ด้วยความเชื่อผิดๆ ให้เสียเวลา

ด้วยความเชื่อผิดๆ ในวงกว้างนี้เอง ทำให้ร้านยางขายยางเก่าเก็บระดับ 1.5-2 ปีขึ้นไปได้ยาก เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มักไม่ต้องการ ลูกค้ามักเมินหนีและไปหายางใหม่กว่าที่ร้านอื่น หากคุณใช้ความรู้ที่ถูกต้องนี้ ไปเลือกซื้อ ก็น่าจะสามารถต่อรองราคาลงไปได้มาก โดยอ้างว่าเป็นยางเก่าเก็บ (ทั้งที่คุณเองก็ทราบว่ายางนั้นยังปกติอยู่)

เลือกยางสดใหม่ยิ่งดี แต่อย่าให้ทำลายความสะดวกในการซื้อ ถึงขั้นต้องเสียเวลาเฟ้นหากันนาน ในชีวิตจริง เก่าเก็บไม่เกิน 2 ปียังสบายใจได้ และถ้าเจอยางเก่าเก็บไม่เกิน 4 ปีแล้วลดราคา ตรวจสภาพแล้วใช้ความรู้ที่ถูกต้อง ลดความกลัวพร้อมต่อรองราคาลงได้อีก

การเลือกซื้อยางรถยนต์ นอกจากสัปดาห์ที่ผลิตยางที่เข้าใจกันได้ง่ายๆ และการเลิกกลัวยางเก่าเก็บ คุณสมบัติอื่นน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องสนใจมากกว่า !